ข้อเสนอโครงการบริการวิชาการแก่สังคม ระดับมหาวิทยาลัย ปีงบประมาณ 2562-2563 โครงการชุมชนต้นแบบผู้สูงอายุสุขภาพดีและมีความสุข ภาคใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในท้องถิ่น : กรณีศึกษาตำบลบ้านจีต อำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี กิจกรรมที่ 5โครงการส่งเสริมสุขภ

รหัสโครงการ13
ชื่อโครงการข้อเสนอโครงการบริการวิชาการแก่สังคม ระดับมหาวิทยาลัย ปีงบประมาณ 2562-2563 โครงการชุมชนต้นแบบผู้สูงอายุสุขภาพดีและมีความสุข ภาคใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในท้องถิ่น : กรณีศึกษาตำบลบ้านจีต อำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี กิจกรรมที่ 5โครงการส่งเสริมสุขภ
หัวหน้าโครงการศิรินทิพย์ คำมีอ่อน
ผู้เข้าร่วม
แผนยุทธศาสตร์แผนยุทธศาสตร์ที่ 3
วันที่เริ่มทำโครงการ1 กุมภาพันธ์ 2562
ปีการศึกษา2562
งบประมาณ111,480.00
ประเภทการบริการโดยไม่หวังผลกำไร
แหล่งเงินสนับสนุนทุนภายใน
รายละเอียดมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ได้กำหนดพันธกิจในการ
ดำเนินงานเพื่อมุ่งเน้นให้เป็นสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยมีการบูรณาการระหว่างศาสตร์สากลและศาสตร์ภูมิปัญญาท้องถิ่นตามพันธกิจทุกด้าน เพื่อให้เป็นสถาบันการศึกษาเพื่อชุมชน พันธกิจที่สำคัญที่คือ เสริมสร้างความมั่นคงและความเข้มแข็งของชุมชนในท้องถิ่น มหาวิทยาลัยจึงมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี
บ้านจีต ตำบลบ้านจีต อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี เป็นชุมชนที่มีผู้สูงอายุจำนวนมาก และเป็นชุมชน อโรคยาศาลที่มีการดูแลสุขภาพมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีรูปแบบการดูแลสุขภาพที่หลากหลายโดยเฉพาะการเลือกใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากผู้สูงอายุหรือปราชญ์ชาวบ้าน แพทย์พื้นบ้าน การดูแลสุขภาพในระยะหลังคลอดนับว่ามีความสำคัญต่อการกลับคืนสู่ภาวะปกติของร่างกาย เนื่องจากในช่วงของการตั้งครรภ์และการคลอด ร่างกายได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมต่อการดูแลทารกในครรภ์ให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ การมองหาทางเลือกเพื่อการดูแลสุขภาพให้กลับมาแข็งแรงจึงเป็นวิธีการดูแลและจัดการด้านสุขภาพของสตรีหลังคลอดที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การเลือกใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความเชื่อทางด้านสุขภาพจึงนับว่ามีความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพของสตรีในระยะหลังคลอด โดยทั่วไปที่พบคือ การอยู่ไฟหลังคลอดซึ่งเป็นรูปแบบการดูแลสุขภาพที่กระทำกันมาอย่างต่อเนื่องตามความเชื่อว่าทำให้ชำระล้างมลทิน ขับไล่ภูตผีปีศาจไม่ให้มารบกวน ตลอดจนทำให้มีร่างกายแข็งแรง สามารถทำงานหนักได้ มดลูกแห้ง เข้าอู่เร็ว ขับไล่น้ำคาวปลาที่เป็นของเสียออกจากร่างกาย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสตรีตั้งครรภ์จะคลอดที่โรงพยาบาล แต่เมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน ญาติผู้ใหญ่หรือ พ่อแม่ และผู้มีประสบการณ์จะแนะนำให้อยู่ไฟหลังคลอด การใช้สมุนไพร การอยู่กรรมเย็น การทับหม้อเกลือ นั่งถ่าน ถ้าหากสตรีหลังคลอดไม่ปฏิบัติตามถ้าเกิดอาการไม่สุขสบายขึ้น เช่น หน้ามืด วิงเวียน อ่อนเพลีย ส่วนใหญ่จะโทษว่าเกิดจากการไม่อยู่ไฟ ร่างกายจะผอมแห้ง ผิวพรรณซูบซีด ไม่มีน้ำนม กินผิดสำแดงได้ง่าย ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงของผู้หญิงในสมัยก่อน
จากการสำรวจข้อมูลเรื่องพฤติกรรมการดูแลตนเองหลังคลอดของสตรีหลังคลอดในเขตตำบลบ้านจีต พบว่ายังมีสตรีหลังคลอดร้อยละ ๓๐ ที่ต้องการหาทางเลือกเพื่อการดูแลสุขภาพในระยะหลังคลอด โดยเลือกการอยู่ไฟหลังคลอด การอยู่กรรมเย็น การใช้สมุนไพร การทับหม้อเกลือ และการนั่งถ่าน จากคำแนะนำของพ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย หรือผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่งเป็นวิถีที่ได้ปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยก่อนและเป็นการนำทรัพยากรที่มีในธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การดูแลสุขภาพของสตรีในระยะหลังคลอดที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นนับว่าเป็นมรดกที่ล้ำค่า ควรมีการรวบรวมและจัดเก็บให้เป็นระบบ ตลอดจนเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และนำไปปฏิบัติต่อไป
5.3 วัตถุประสงค์
1) เพื่อศึกษาสถานการณ์การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการส่งเสริมสุขภาพของหญิงหลังคลอด
2) เพื่อศึกษาองค์ความรู้ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ ด้านการดูแลสุขภาพหญิงหลังคลอด
3) เพื่อพัฒนาสูตรตำรับยาพื้นบ้านจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ใช้ในการดูแล รักษา ฟื้นฟู สุขภาพ
หญิงหลังคลอด
5.4 ผู้เข้าร่วมโครงการ
ผู้นำชุมชน ผู้สูงอายุ ปราชญ์ชาวบ้าน แพทย์พื้นบ้าน พ่อจ้ำ แม่จ้ำ และ หญิงหลังคลอดที่คลอดไม่เกิน 1 ปี จำนวน 80 ราย
5.5 เป้าหมายผลการดำเนินงาน
1) ได้แนวทางดูแลหลังคลอดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (เกิดการจัดตั้งทีมกลุ่มดูแลแม่ลูกบ้านจีต สดใสด้วยหัวใจของผู้สูงวัย)
2) ได้สูตรตำรับยาพื้นบ้านจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแล รักษา ฟื้นฟู สุขภาพหญิงหลังคลอด
5.6 ขั้นตอนการดำเนินงาน
5.6.1 การจัดประชุมเพื่อสำรวจสถานการณ์การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการส่งเสริมสุขภาพของหญิงหลังคลอด โดยใช้การจัดเวทีระดมความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ปราชญ์ชาวบ้าน แพทย์พื้นบ้าน พ่อจ้ำแม่จ้ำ และหญิงหลังคลอด ผู้เข้าร่วมจำนวน 80 คน ระยะเวลา 1 วัน
5.6.2 การจัดประชุมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพหญิงหลังคลอด
1) กิจกรรมการประชุมเวทีเสวนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ ในการดูแลสุขภาพหญิงหลังคลอด ผู้เข้าร่วม จำนวน 80 คน ระยะเวลา 1 วัน
2) กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มเยี่ยมหญิงหลังคลอด ของกลุ่มดูแลแม่ลูก บ้านจีต สดใสด้วยหัวใจของผู้สูงวัย ผู้เข้าร่วมจำนวน 40 คน ระยะเวลา 1 วัน
3) กิจกรรมปฏิบัติการเยี่ยมหญิงหลังคลอดของกลุ่มดูแลแม่ลูกบ้านจีต สดใสด้วยหัวใจของผู้สูงวัย ผู้เข้าร่วม จำนวน 40 คน ระยะเวลา 4 ครั้ง
5.6.3 การรวบรวมองค์ความรู้และจัดทำสูตรตำรับยาหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการจัดการประชุมเพื่อถอดบทเรียน ผู้เข้าร่วมจำนวน 80 คน ระยะเวลา 1 วัน
5.6.4 จัดทำรายงานถอดบทเรียนและตำรับยา ระยะเวลา 10 วัน
5.6.5 การติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการ ระยะเวลา 5 วัน

กิจกรรม ปี พ.ศ. 2562
พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย.
1. แต่งตั้งคณะกรรมการ √
2.จัดทำแผนปฏิบัติการโครงการ √
3.ติดต่อประสานกลุ่มเป้าหมาย √
4.สำรวจพื้นที่ และเตรียมวิทยากร √ √
5.การจัดประชุมเพื่อสำรวจสถานการณ์การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการส่งเสริมสุขภาพหญิงหลังคลอด

6.การจัดประชุมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพหญิงหลังคลอด
6.1. กิจกรรมการประชุมเวทีเสวนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพหญิงหลังคลอด
6.2 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มเยี่ยมหญิงหลังคลอด ของกลุ่มดูแลแม่ลูกบ้านจีต สดใสด้วยหัวใจของผู้สูงวัย
6.3 กิจกรรมปฏิบัติการเยี่ยมหญิงหลังคลอดของ กลุ่มดูแลแม่ลูกบ้านจีต สดใสด้วยหัวใจของผู้สูงวัย




7. การรวบรวมองค์ความรู้และจัดทำสูตรตำรับยาหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น √
8. จัดทำรายงานถอดบทเรียนและตำรับยา √
9. การติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการ √
5.7 งบประมาณ
ที่ รายการ จำนวนเงิน
1 การจัดประชุมเพื่อสำรวจสถานการณ์การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการส่งเสริมสุขภาพของหญิงหลังคลอด
1) ค่าเบี้ยเลี้ยงคณะอาจารย์
จำนวน 5 คน x 240 บาท = 1,200 บาท
2) ค่าอาหารกลางวันและค่าอาหารว่างผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน
80 คน x 150 บาท = 12,000 บาท
3) ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ส่วนตัว ระยะทาง (ไปกลับ)
65 กม. x 4 บาท x 2 เที่ยว = 520 บาท 13,720

2 การจัดประชุมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพหญิงหลังคลอด
2.1 กิจกรรมการประชุมเวทีเสวนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพหญิงหลังคลอด
1) ค่าเบี้ยเลี้ยงคณะอาจารย์
จำนวน 5 คน x 240 บาท = 1,200 บาท
2) ค่าอาหารกลางวันและค่าอาหารว่างผู้เข้าร่วมประชุม
80 คน x 150 บาท = 12,000 บาท
3) ค่าวิทยากร
6 ชั่วโมง x 600 บาท = 3,600 บาท
4) ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ส่วนตัว ระยะทาง (ไปกลับ)
65 กม. x 4 บาท x 2 เที่ยว = 520 บาท

17,320
2.2 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มเยี่ยมหญิงหลังคลอด ของกลุ่ม
ดูแลแม่ลูกบ้านจีต สดใสด้วยหัวใจของผู้สูงวัย
1) ค่าเบี้ยเลี้ยงคณะอาจารย์
จำนวน 5 คน x 240 บาท = 1,200 บาท
2) ค่าอาหารกลางวันและค่าอาหารว่างผู้เข้าร่วมประชุม
จำนวน 40 คน x 150 บาท = 6,000 บาท
3) ค่าวิทยากร 6 ชั่วโมง x 600 บาท x 4 คน = 14,400 บาท
4) ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ส่วนตัว ระยะทาง (ไปกลับ)
65 กม. x 4 บาท x 2 เที่ยว = 520 บาท
22,120
2.3 กิจกรรมปฏิบัติการเยี่ยมหลังคลอดของ กลุ่มดูแลแม่ลูกบ้านจีต สดใสด้วยหัวใจของผู้สูงวัย
1) ค่าเบี้ยเลี้ยงคณะอาจารย์
จำนวน 5 คน x 240 บาท x 4 วัน = 4,800 บาท
2) ค่าอาหารกลางวันและค่าอาหารว่างผู้เข้าร่วมประชุม
จำนวน 40 คน x 150 บาท = 6,000 บาท
3) ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ส่วนตัว ระยะทาง (ไปกลับ)
65 กม. x 4 บาท x 2 เที่ยว x 4 วัน = 2,080 บาท 12,880
3 การรวบรวมองค์ความรู้และจัดทำสูตรตำรับยาหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น
1) ค่าเบี้ยเลี้ยงคณะอาจารย์
จำนวน 5 คน x 240 บาท = 1,200 บาท
2) ค่าอาหารกลางวันและค่าอาหารว่างผู้เข้าร่วมประชุม
จำนวน 80 คน x 150 บาท = 12,000 บาท
3) ค่าวิทยากร
6 ชั่วโมง x 600 บาท x 3 ท่าน = 10,800 บาท
4) ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ส่วนตัว
65 กม. x 4 บาท x 2 เที่ยว = 520 บาท 24,520
4 จัดทำรายงานถอดบทเรียนและตำรับยา
1) ค่าเบี้ยเลี้ยงคณะอาจารย์
จำนวน 5 คน x 240 บาท = 1,200 บาท
2) ค่าอาหารกลางวันและค่าอาหารว่างผู้เข้าร่วมประชุม
จำนวน 80 คน x 150 บาท = 12,000 บาท
3) ค่าวิทยากร
6 ชั่วโมง x 600 บาท x 2 ท่าน = 7,200 บาท
4) ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ส่วนตัว
65 กม. x 4 บาท x 2 เที่ยว = 520 บาท 20,920
รวมงบดำเนินการ 111,480
รวมงบประมาณทั้งสิ้น 111,480 บาท (หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยแปดสิบบาทถ้วน)


หมายเหตุ งบประมาณถัวเฉลี่ยทุกรายการ

5.8 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1) ด้านนโยบาย
หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลการดูแลแบบภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแพทย์พื้นบ้านในกลุ่มจังหวัดอุดรธานี และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกรกำหนดนโยบายต่างๆ หรือนำไปใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพตนเองได้
2) ด้านเศรษฐกิจ
สามารต่อยอด และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ในการพัฒนาตำรับยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่อยอดในระยะต่อไป
3) ด้านชุมและท้องถิ่น
ได้รูปแบบการดูแลหญิงหลังคลอด โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแพทย์พื้นบ้าน ไปถ่ายทอดองค์ความรู้โดยกระบวนการเรียนรู้ผ่านการจัดการความรู้ให้กับประชาชน หมอพื้นบ้านและชุมชนในท้องถิ่น
4) ด้านวิชาการ
สามารถนำผลผลิตไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และผู้ที่สนใจเพื่อเป็นการสืบสานและธำรงอยู่ขององค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและหมอพื้นบ้าน และได้องค์ความรู้และจัดทำสูตรตำรับยาหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น











สถานะการดำเนินงานดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว